10 ศัพท์ขายรถมือสอง ที่คุณต้องรู้ ก่อนจะขายรถ !!

10 ศัพท์ขายรถมือสอง ที่คุณต้องรู้ !! ในอดีตหากใครที่ต้อ […]

10 ศัพท์ขายรถมือสอง ที่คุณต้องรู้ !!

ในอดีตหากใครที่ต้องการประกาศขายรถด้วยตัวเอง ช่องทางการขายก็มีค่อนข้างจำกัดกว่าในปัจจุบันมาก เช่น ลงประกาศขายรถในหนังสือพิมพ์ ในนิตยสารรถยนต์ หรือนิตยสารที่เกี่ยวกับรถมือสองเล่มใหญ่ๆ แบบสมัยก่อน

นอกจากการถ่ายรูปรถออกมาให้สวยแล้ว การใช้คำโฆษณาที่กระชับ ดูน่าสนใจ ก็เป็นหนึ่งในจุดสนใจที่ทำให้คนหันมามองรถคันนั้น จนนำไปสู่การไปดูรถของจริง ทดลองขับ ก่อนจะจ่ายเงินและทำสัญญาซื้อขาย

แต่ถ้าคุณอ่านแล้วรู้สึกสงสัยกับ ศัพท์ขายรถมือสองวันนี้ทางเรามี 10 ศัพท์ขายรถมือสอง ที่จะมาอธิบายให้ฟังว่าแต่ละคำนั้น หมายความว่าอย่างไร …

10 ศัพท์ขายรถมือสอง ที่คุณต้องรู้ ก่อนจะ ซื้อ - ขายรถ !!

1. อ.ว.ท.ม.

อ.ว.ท.ม. นั้น ย่อมาจาก “แอร์ วิทยุ เทป แม็ก” เป็นศัพท์ที่คนอายุ 30+ ขึ้นไปถึงจะรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาหน่อย

เพราะการลงขายรถในอดีต เนื้อที่ในนิตยสารมีจำกัด การลงขายละเอียดย่อๆ ให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่าย ถือว่าสำคัญที่สุด ซึ่งในสมัยก่อน รถใครที่มีครบทั้ง 4 ออพชั่นนี้ ถือว่าแจ๋วจริงๆ ในยุคที่รถหลายรุ่นแอร์ซื้อต้องแยกต่างหาก ติดวิทยุ เทป แยก และล้อแม็ก ที่มีมาให้เฉพาะรุ่นท็อปๆ เท่านั้น

2. รถมือเดียว

เต็นท์รถยนต์หลายเต็นท์มักการันตีว่า รถที่ลงขายนี่เป็น “รถมือเดียว” นะ! โดยรถมือเดียว ใช้กันเยอะมาก มักใช้ในความหมายที่พูดถึงว่าเป็นรถที่เจ้าของใช้คนเดียวตั้งแต่ป้ายแดงจนขาย เพราะเชื่อกันว่า ขับคนเดียว สภาพรถต้องดีกว่าขับกันหลายๆ คน

แต่ในความเป็นจริง รถคันที่ลงขาย อาจจะเป็นรถที่เปลี่ยนมาหลายมือ เพียงแต่ถือชุดโอนลอยไว้ ไม่ได้โอนเป็นชื่อเจ้าของรถคนล่าสุด หรือขับมาหลายคนแล้วก็เป็นได้ ทางที่ดี ถ้าคุณเล็งๆ รถคันไหนไว้อยู่ ลองเอาเลขทะเบียน เลขรหัสตัวถัง เช็กกับศูนย์บริการดูสภาพรถก่อนก็ได้ ว่าตรวจซ่อมบำรุงมากี่ครั้ง

3. รถคันนี้ “ผู้หญิงขับ”

คุณคงเคยเห็นรถบ้านหรือคัน หรือรถเต็นท์โฆษณามา “รถผู้หญิงใช้” คงจะต้องถนอม สภาพดีแน่ๆ (แต่เรื่องรอยเฉียวชนเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะมีบ้างเป็นเรื่องปกติ) และดูแลรถได้ดีกว่าผู้ชายใช้แน่ๆ แต่เรื่องนี้ก็ไม่เสมอไป

เพราะผู้หญิงหลายคนนั้น ก็อาจจะใช้รถอย่างเดียวจริงๆ วิ่งกันจนเครื่องยนต์ความร้อนขึ้น วิ่งกันจนน้ำมันเครื่องแห้ง ก็เป็นไปได้ ดังนั้น การดูแลรักษารถที่มีสภาพที่พร้อมใช้ น่าจะเป็นสิ่งที่คนซื้อรถมือสอง โฟกัสในจุดนี้ มากกว่ามาดูว่ารถคันไหนผู้ชายใช้ หรือผู้หญิงใช้

4. วิ่งน้อย, ไมล์น้อย, ไมล์แท้ๆ

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารถคันนี้ใช้งานมาน้อย ซึ่งก็อาจจะน้อยมากจริงๆ หากเทียบกับรถมือสองในรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งหลายคนใช้ความเป็นรถวิ่งน้อย อัพราคาขายได้มากขึ้นนิดหน่อย

แต่รถวิ่งน้อยหลายคัน ก็อาจจะไม่ได้มีสภาพที่ดีเสมอไป บางคันวิ่งน้อย แต่จอดตากแดดตากฝนจนสภาพสีซีด สีแตก หรือมีรอยเฉี่ยวชนมาเต็มคันก็มี ดังนั้นก่อนจะเลือกรถคันไหน ก็ต้องดูองค์ประกอบโดยรวมด้วยครับ อีกทั้งในยุคที่ไมล์แบบธรรมดา หรือไมล์แบบดิจิทัล สามารถ “กรอ” กันได้หมด ก็ลองเอารถไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการดูก่อนนะครับ ว่ารถคันนี้ วิ่งมาแท้จริงกี่กิโลเมตร …

5. ประวัติดี มี Book Service เช็กได้

อีกหนึ่งทริคที่เต็นท์ขายรถมักใช้ศัพท์นี้กัน ในการเสนอการขาย เนื่องจากศูนย์บริการจะมีเก็บข้อมูลตั้งแต่ตอนเจ้าของคนแรกออกรถมา ไปจนถึงการเข้ารับบริการ การตรวจเช็คตามระยะกิโลเมตร ของรถคันนั้นๆ เอาไว้ ทำให้คนที่จะซื้อรถ สามารถตรวจสอบข้อมูลรถคันที่ต้องการเบื้องต้นได้

ซึ่งอย่างน้อยก็มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า รถคันนี้ ได้เข้ารับการบำรุงรักษา ที่ศูนย์บริการของยี่ห้อนั้นๆ อย่างแน่นอน

6. รถหมอใช้

ผมเองก็ได้ยินมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว ที่เต็นท์รถชอบโฆษณาว่า “รถหมอใช้” โดยความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่มักเชื่อว่า อาชีพหมอหรือแพทย์นั้น เป็นคนที่มีความรู้สูง เรียนมาสูง รายได้ดี เมื่อมีรถก็กล้าที่จะเปย์เงินในการดูแล จึงทำให้ความคิดของคนจะซื้อรถ ต้องคิดว่า รถคันนี้สภาพดีแน่นอน

7. เจ้าของไปต่างประเทศ

ในอดีต ยุคที่คนไทยแห่กันไปทำงานในต่างประเทศ “เจ้าของไปต่างประเทศ” มีใช้ให้เห็นกันบ่อยมากตามนิตยสารรถมือสอง หรือตามเต็นท์รถมือสอง

แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยมีคนใช้กันแล้ว เพราะผู้บริโภคหลายคนก็รู้ ว่าบางคนไม่ได้ไปต่างประเทศจริงๆ หรอก เพียงแต่ว่าอยากขายรถมือสอง แบบขายด่วนๆ ขายไวๆ เท่านั้น แต่ไม่แน่ เจ้าของรถอาจจะไปเมืองนอกจริงๆ แต่เอกสารชุดโอนที่ให้ไว้ ดันหมดอายุอีก! ต้องเสียเวลามาตามตัว ตามเอกสารกันยาวเลย …

8. ยุบโปรเจค, ล้มโปรเจค

ศัพท์นี้ จะมีให้เห็นกันเยอะ ในบรรดาผู้ที่เล่นรถคลาสสิค รถ Retro และรถซิ่งทั้งหลาย รถที่ยุบโปรเจค ล้มโปรเจค ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่เจ้าของอยากซื้อมาเก็บเดิมๆ หรือแต่งซิ่ง แต่ด้วยสภาวะทางการเงินที่ย่ำแย่ (พูดง่ายๆ คือ ไม่มีเงินจะใช้จ่ายแล้ว ในยุคนี้) ก็ต้องทำการขายรถออกมา ซึ่งบางคัน อาจจะอยู่ในสภาพปั้นอยู่ในอู่ซ่อมรถด้วยซ้ำไป

แต่การที่คุณจะซื้อรถที่ยุบโปรเจค ล้มโปรเจค ก็อาจจะต้องเตรียมเงินไว้โมดิฟาย หรือซ่อมรถมากขึ้นด้วยเช่นกัน อาจจะต้องเป็นคนที่ถูกชะตากับรถคันนั้นจริงๆ ถึงจะอยู่คู่กันได้ เพราะไม่งั้นก็คงออกมาลงประกาศขายอีก

9. ต่อรองหน้ารถ

ในยุคที่ขายรถเป็นเรื่องง่ายกว่าในอดีต อยากจะยกหูคุยกับคนขาย จะแชทคุย ก็ทำได้ง่ายๆ มักจะมาพร้อมกับการต่อรองราคาเสมอ แน่นอน ใครๆ ก็อยากได้ของดี ราคาถูก ซึ่งบางคนยังไม่ทันเห็นตัวรถจริงๆ ก็ต่อราคากันซะแบบกำปั้นทุบดินไปซะก่อน!

คนขายรถหลายคน ไม่ได้แอนตี้นักต่อราคาหรอกครับ เพียงแต่อยากให้ผู้ซื้อ ไปดูรถคันจริงๆ ก่อน แล้วก็ค่อยต่อรองราคา เอาตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย หรือจะหาคนที่พูดเก่งๆ คนที่มีความรู้เรื่องรถ ไปช่วยดูช่วยคุยก็ได้อีกทาง

10. น้ำลาย, ไม่พูดมาก เจ็บคอ

ศัพท์นี้ มีให้เห็นเยอะพอสมควร โดยเฉพาะรถบ้านที่ขายในโซเชียลมีเดีย เนื่องมาจากว่าประสบการณ์ของคนขายรถมือสองหลายคน มักเจอกับพวกชอบจองปากเปล่าจนเบื่อ ถึงเวลานัดแล้วเงียบ ไม่มาตามนัดบ้างล่ะ ทำให้เสียโอกาสในการขายรถกับคนอื่นๆ ที่สนใจรถคันนี้ไปด้วย

หลายคนจึงจั่วหัวเป็นข้อความไว้แบบนี้เลย ว่าถ้าคุณไม่พร้อม ก็อย่า Comment เล่น! แต่ก็อาจจะทำให้คนที่สนใจ เมินเฉยไปด้วยเช่นกัน อันนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ

 

ติดต่อซื้อ-ขาย รถมือสอง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *